05ด้วยที่ภาษาเวียดนามนั้นเป็นภาษาที่ใกล้ตัวเราอย่างมากจึงไม่น่าจะยากมามายนักที่ท่านจะหัดหัดให้เป้นอย่างรวดเร็วด้วยภาษาถิ่นของเวียดนามนั้นมีน้ำเสียง และการออกเสียง บางครั้งก็มีคำศัพท์ที่แตกต่างกันเพียงนิดเดียวแต่ความหมายนั้นก็จะเปลี่ยนไปบ้าง แม้ว่าภาษาถิ่นจะมีคำศัพท์ที่แตกต่างค่อนข้างมากจากที่อื่นๆ ก็ตาม ซึ่งมีความแตกต่างในภาคเหนือ แต่กลืนกินเป็นวรรณยุกต์เดียวกันทั้งหมดในภาคใต้ นักภาษาศาสตร์ที่ได้ศึกษาภาษาเวียดนามอย่างจริงจังนั้นได้บอกถึงภาษานี้และจัดให้อยู่ในภาษาตระกูลออสโตรเอเชียติก แบบเดียวกับภาษาเขมร ซึ่งเปิดเป็นภาษาระบบคำสองพยางค์ มีเอกลักษณ์น้ำเสียง เป็นลักษณะรูปแบบสำคัญของภาษาอย่างมาก และเป็นภาษาที่ไม่มีระบบเสียงวรรณยุกต์ แต่ในภาษาเวียดนามปัจจุบันนั้นได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วด้วยระบบเสียงวรรณยุกต์ขึ้นใช้ เนื่องจากอิทธิพลที่มีต่อภาษานี้นั้นมีเสียงวรรณยุกต์ เช่น ภาษาตระกูลไท และภาษาจีนที่เข้ามายึดครองเวียดนามในขณะช่วงนั้น
ภาษาเวียดนามนั้น เป็นภาษาแม่ของประชากรเวียดนามมากกว่า 87% รวมไปถึงผู้อพยพจากเวียดนามไม่ว่าจะเกิดจากสงครามโลกหรือเหตุการณ์กลางเมืองประมาณ 2 ล้านคน รวมไปถึงชาวอเมริกันเป็นจำนวนมากพอสมควรด้วย ถึงแม้ว่าจะมีการยืมคำศัพท์จากภาษาจีนมาใช้รวมคำศัพท์ของเวียดนามนั้น และเดิมทีเวียดนามใช้อักษรจีนเขียนอักษรบางตัวเท่านั้น แต่ด้วยนักภาษาศาสตร์ก็ยังคงยืนยันที่จะจัดภาษาเวียดนามให้เป็น ภาษากลุ่มออสโตรเอเซียติก ซึ่งในกลุ่มนี้ภาษาเวียดนามมีผู้พูดมากที่สุด มากกว่าหลายเท่าตัวและมากกว่าภาษาเขมรด้วยซ้ำ ส่วนในด้านระบบการเขียนของภาษาเวียดนาม แต่เดิมแล้วมักจะใช้ตัวเขียนจีน เรียกว่า “จื๋อญอ” แต่ต่อมาชาวเวียดนามได้พัฒนาตัวเขียนจีนเพื่อใช้เพื่อใช้เขียนเป็นของตนเอง เรียกว่า “อักษรจื๋อโนม” แต่โดยรวมแล้วนั้นประเทศเวียดนามก็เปรียบเสมือนยืมภาษาจีนมาประยุกต์ใหม่เพื่อใช้เป็นของตนเอง แต่ก็พูดง่ายกว่าจีนค่อนข้างมาก จึงไม่ยากมากนักที่จะศึกษามัน